สารกระตุ้นคอลลาเจน
RADIESSE คืออะไร ?
เป็นการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม หรือที่เรียกว่า Regenerative Biostimulator เป็นการรักษาเชิงเวชศาสตร์ที่เน้นฟื้นฟูถึงโครงสร้างผิวชั้นลึก ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเส้นใยตาข่ายผิวใหม่ได้ถึง 5 ประการ คือ Collagen Type I, Collagen Type III, Elastin, Angiogenesis และ Proteoglycan นอกจากนี้ยังมอบ 3 ผลลัพธ์ที่เห็นผลทันทีและยาวนานกว่าที่เคย ได้แก่
- Healthier ทำให้ผิวมีสุขภาพดีมากขึ้นในทุกมิติ
- Younger ช่วยให้ใบหน้าภาพรวมดูอ่อนเยาว์ลง สัมผัสไปรู้สึกเหมือนผิวเด็กอีกครั้ง
- Longer ช่วยยืดอายุของผิวให้ดูดี ผิวดูเด็กได้ยาวนานขึ้น
ลักษณะเด่นของ RADIESSE BIOSTIMULATOR
1. Strong Structural Skin ทำให้ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น โดยเป็นการเสริมสร้างห้ผิวมีความแข็งแรงลงลึกในระดับโครงสร้าง
2. Profound Rejuvenation ฟื้นฟูผิวในระดับล้ำลึกอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ภาพรวมของผิวดูดีและแข็งแรงมากขึ้น
3. Cell Regenerative Stimulation ช่วยให้เกิดการสร้างเซลล์ใหม่ เพื่อมาทดแทนเซลล์เดิมที่เกิดการสูญเสียไป และเพิ่มความหนาแน่นในผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยและหลวม
RADIESSE มีกี่รุ่น ?
Radiesse มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่
1.Radiesse ®
2.Radiesse ® Plus (+)
โดย RADIESSE ทั้ง 2 รุ่น แตกต่างกันที่ Radiesse ® เป็นรุ่นที่ไม่มียาชาเป็นส่วนผสม ในขณะที่รุ่น Radiesse ® plus จะมีส่วนผสมของยาชาเพื่อลดความเจ็บในขณะฉีด
ฉีด RADIESSE กี่ครั้งถึงจะได้ผล เห็นผลเมื่อไหร่ และอยู่ได้นานแค่ไหน?
เห็นผลทันที RADIESSE จะเป็นเนื้อเจลเข้าไปเติมเต็มผิว เสมือนเป็นฟิลเลอร์เติมเต็มเพิ่มวอลลุ่มผิวและลดเลือนริ้วรอยหลังจากฉีดได้ทันที
เห็นผลระยะสั้น 1 สัปดาห์ – 1 เดือน CaHA ใน RADIESSE จะเริ่มเข้าไปกระตุ้น Fibroblast ให้สร้างเส้นใยคอลลาเจน ให้เพิ่มขึ้นมาทดแทนเนื้อเจลที่เริ่มสลายตัวไป จะเริ่มสังเกตเห็นความแน่นเด้งของผิว รูปหน้ายกกระชับขึ้น (ขึ้นกับตำแหน่งที่ฉีด)
เห็นผลระยะยาว 6-24 เดือน โครงสร้างเส้นใยคอลลาเจนที่สร้างขึ้นจาก RADIESSE จะคงอยู่ในระยะยาว นานได้ถึง 18-24 เดือน ทำให้ได้ผิวที่มีคอลลาเจนหนาแน่น แข็งแรง และสุขภาพดีคล้ายผิวเด็ก
ซึ่ง RADIESSE ต่างจากฟิลเลอร์ทั่วไป เพราะ Radiesse จะเข้าไปกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติคล้าย Sculptra ทำให้ผิวเรียบเนียนเต่งตึง ได้ความเฟิร์มของผิว และลดริ้วรอยต่างๆระยะยาว แต่ Filler จะเน้นการเติมปริมาตรของผิวจากเนื้อเจล Hyaluronic acid รวมทั้งปรับโครงสร้างทดแทนกระดูกและไขมันที่หายไป แต่ไม่ได้เป็นกลไกหลักในการกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว 18-24 เดือนหลังจากฉีด RADIESSE
หากต้องการเห็นผลเต็มที่และอยู่ได้นาน แพทย์แนะนำให้ฉีด Radiesse ติดต่อกัน 1-3 ครั้ง โดยเว้นห่างอย่างน้อย 1 เดือน ซึ่งแพทย์จะประเมินเป็นรายเคส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้แต่ละบุคคล
RADIESSE Biostimulator ตัวงานผิวกระตุ้นคอลลาเจนฟื้นฟูผิวถึงระดับโครงสร้าง ซึ่งมีความแตกต่างจากงานผิวชนิดอื่นๆ เนื่องจากไม่ได้มีส่วนประกอบหลักเป็น HA หรือ Hyaluronic acid เหมือนตัวฟิลเลอร์งานผิว และไม่ได้มีส่วนประกอบหลักที่ใช้ผลิตไหมสำหรับทำการเย็บแผลอย่าง PDO PCL PLLA หรือ PDLLA แต่ Radiesse เป็น biostimulator ที่ผลิตมาจากแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทด์ หรือ "Calcium Hydroxylapatite microsphere" เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อกระดูกที่ตอนนี้ใครๆก็เรียกกันว่า CaHA “คาฮ่าไมโครสเฟียร์” กันจนกลายเป็นคำติดปาก
CaHA Microspheres “คาฮ่า ไมโครสเฟียร์” เป็นสารที่ใช้มานานกว่า 25 ปีในวงการแพทย์ โดยเป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองสามารถพบ CaHA ได้ที่บริเวณเนื้อเยื่อกระดูกรวมถึงในบริเวณฟัน เนื่องจาก Radiesse เป็น biostimulator ที่เกิดจากการสังเคราะห์จึงทำให้มีสารที่มีขนาดสม่ำเสมอเท่าๆกันในขนาด 25-45 ไมครอน สามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกายของมนุษย์ ไม่ก่อให้เกิดการกระตุ้นให้แพ้ เป็นสารที่ร่างกายไม่ต่อต้าน มีข้อมูลตีพิมพ์ทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนมากกว่า 250 ฉบับ จึงสามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัย สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ รวมทั้งยังเป็นสารที่ได้รับการอนุมัติและรับรองจากยุโรป CE US FDA หรือองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา และ THFDA องค์กรอาหารและยาของประเทศไทยใช้ฉีดที่หน้าและมือด้วย
- กรอบหน้าคม โครงหน้าชัด ดูมีมิติ
- เพิ่มความเเน่นโครงสร้างผิวใหม่
- Lifting ผิวยกกระชับได้รูปดูเป็นธรรมชาติ
- คนที่ผิวหน้าขาดคอลลาเจน ไม่มีวอลลุ่ม
- คนที่มีริ้วรอยร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ร่องมุมปาก
- คนที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด
- คนที่มีผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ ขาดความชุ่มชื้น มีรูขุมขนกว้าง
- คนที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือ ลำคอ
- คนที่มีผิวหนังยุบลง มีรอยแผลเป็น มีรอยบุ๋ม หรือมีหลุมสิวที่ไม่ลึกมาก
- คนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป มีริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามวัย ต้องการมีผิวเด็ก อยากเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว
โปรแกรม RADIESSE นวัตกรรมที่จัดอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็มผิวที่มีส่วนประกอบหลักเป็น แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ CaHA หรือ (Calcium Hydroxylapatite) จัดอยู่ในกลุ่ม Biostimulator ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เติมวอลลุ่มให้ผิวดีขึ้นแบบเห็นผลทันที นอกจากนี้ยังสามารถใช้ปรับรูปหน้า สร้างโครงหน้าให้ชัด กรอบหน้าดูคม เฉี่ยวอย่างมีเสน่ห์ พร้อมเติมเต็มใบหน้า ยกกระชับและลดริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
สำหรับใครที่ยังสับสนอยู่ว่าปัญหาผิวแบบใดควรเลือกฉีดตัวไหนดี Chonista Aesthetics มีคำตอบ เริ่มกันที่ตัวเเรก "RADIESSE CLASSIC" เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคุณภาพงานผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มวอลลุ่มให้ผิว เติมความชุ่มชื้น ผิวกระชับ ดูอ่อนเยาว์ ตัวถัดมา "RADIESSE PLUS" เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า สร้างกรอบหน้าคมชัด หน้าพุ่ง ดูมีมิติมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- การทำงานของ RADIESSE หลักการทำงานของการฉีด RADIESSE คือการเข้าไปกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังตามธรรมชาติในร่างกายให้ผลิตคอลลาเจนได้เร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การเพิ่มของคอลลาเจนที่มากขึ้นจะช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรง กระชับ เรียบเนียนทำให้ใบหน้าดูตึงและมีผิวที่แน่นเฟิร์มขึ้นนั่นเอง RADIESSE เด่นที่การกระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว ทำให้ผิวกระชับขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากมี CaHA ที่สามารถเติมเต็มร่องลึกได้ทันที และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาวได้ แม้ไม่มี HA จึงทำให้ปริมาตรลดลงเร็วกว่าตัวอื่น แต่ยังคงช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น เหมาะสำหรับการปรับกรอบหน้า แนวขากรรไกร และจุดที่ต้องการความคมชัด
กลไกการทำงานของ RADIESSE® คือฟื้นฟูการทำงานของ Fibroblast (เซลล์ต้นตอการผลิตคอลลาเจน และอีลาสติน ) ส่งผลให้กระตุ้นการสร้าง Key components 5 อย่าง ที่มีส่วนสำคัญต่อผิวที่สุขภาพดี ได้แก่
1.RADIESSE ช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagen Type I เพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 150%
2.RADIESSE ช่วยกระตุ้นการสร้าง Collagen Type III เพิ่มขึ้นได้ถึง 130%
โดยคอลลาเจน type 3 เป็นคอลลาเจนที่พบในผิวเด็ก และยังเป็นคอลลาเจนที่ทำงานร่วมกันกับคอลลาเจน Type1
3.RADIESSE ช่วยกระตุ้นการสร้าง Elastin เพิ่มขึ้น 260% โดยอิลาสตินนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น คืนตัวง่าย และเมื่อผิวมีอิลาสตินมากก็จะทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย และทำให้ภาพรวมดูอ่อนกว่าวัย
4.RADIESSE ช่วยเพิ่มปริมาณ Proteoglycan สารอาหารสำคัญของผิวที่เปรียบเสมือนตัวกักเก็บน้ำของผิว ยิ่งผิวมี Proteoglycan มากเท่าไร ยิ่งทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ มากเท่านั้น
5.RADIESSE ช่วยกระตุ้น Angiogenesis กระบวนการสร้างหลอดเลือดใหม่เปรียบเสมือนเป็นรากแก้วที่ช่วยสร้างเส้นเลือดที่ร่างกายใช้ในการหล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวมีสารอาหารและมีการสูบฉีดเลือดอย่างทั่วถึง ทำให้เลือดสูบฉีดดี ผิวสวย มีเลือดฝาด ดูแดงอมชมพู
- หลักการทำงานของ Sculptra Sculptra เป็น Biostimulator ที่เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง ไม่มีคุณสมบัติในการเติมเต็มร่องลึกทันที โดยสารหลักคือ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ที่จะเข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองตามธรรมชาติ แม้ต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงจะเห็นผล แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะอยู่ได้นานและให้ผิวที่แน่นขึ้นในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยไม่เน้นการเติมเต็มทันที
- หลักการทำงานของ Harmonyca HArmonyCa เป็นสารที่ให้ทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจน โดยองค์ประกอบหลักคือ Calcium Hydroxylapatite (CaHA) และ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาตรใต้ผิวได้ทันที ขณะเดียวกัน CaHA จะช่วยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการเติมเต็มและการกระตุ้นคอลลาเจนในคราวเดียวกันโดยจะช่วยให้โครงหน้าได้สัดส่วนและผิวแน่นขึ้น
RADIESSE ใช้ฉีดบริเวณใดได้บ้าง
RADIESSE สามารถฉีดแก้ไขรอยพับและร่องลึกบริเวณใบหน้า เช่น
- ใบหน้า หน้าแก้ม
- ลำคอ
- ร่องแก้ม
- ร่องน้ำหมาก
- บริเวณหลังมือ
การดูแลหลังฉีด Radiesse?
• หลังฉีด Radiesse อาจมีอาการบวมได้เล็กน้อย เป็นอาการปกติและจะหายเองได้ 72 ชั่วโมงแนะนำให้เลี่ยงการจับ ลูบ แตะ บริเวณที่ฉีด
• งดแต่งหน้า 12 ชั่วโมง หรือจนกว่ารอยเข็มจะหายดี
• งดการทําหัตถการที่มีความร้อนสูง งดซาวน่า อย่างน้อย 2 สัปดาห์
• หากรู้สึกว่ามีก้อนใต้ผิวหนัง สามารถกดนวดในบริเวณที่เป็นก้อนเพื่อลดอาการได้
• หากบริเวณที่ฉีดมีรอยชํ้า ซึ่งพบได้เป็นปกติเนื่องจากการฉีดเป็นการฉีดกระจายทั่วหน้า • หากพบว่าผิวมีลักษณะแดง ๆ แนะนําประคบเย็น ทาและรับประทานยาที่ช่วยลดอาการชํ้า
• หากผ่าน 24 ชั่วโมงไปแล้ว แนะนําประคบอุ่น (ตามคําแนะนําของแพทย์)
• หากพบความผิดปกติอื่น ๆ แนะนําพบแพทย์
• หากมีการตรวจรักษาร่างกายอื่น ๆ ในบริเวณที่ฉีด Radiesse ให้แจ้งแพทย์ที่ทําการรักษา