ประเภทของสิวกี่ประเภท
เรื่องของสิว...ที่ไม่ "สิว..สิว"
สาเหตุใดบ้างที่ทำให้เราเป็นสิว
จริงๆ แล้วมีสาเหตุหลักมาจาก “ไขมัน” ในผิวของเรานี่เองค่ะ เพราะอย่างที่พูดถึงไปแล้วว่าสิวเกิดจากการที่ไขมันอุดตันในรูขุมขนเมื่อเจอเข้ากับแบคทีเรียจนทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมา ส่วนสาเหตุการเกิดสิวอย่างอาหาร ความเครียด การพักผ่อนน้อยหรือการแพ้ เป็นเพียงแค่ตัวกระตุ้นที่ทำให้สิวอักเสบง่ายขึ้นเท่านั้นไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดสิว

สิวจากต่อมไขมันอุดตัน
เป็นธรรมชาติของร่างกายที่ต่อมไขมันจะผลิตไขมันที่เรียกว่า Sebum ขึ้นมาเพื่อเคลือบบริเวณผิวหนังของเราไม่ให้แห้งตึงแต่สำหรับบางคนที่ผิวสร้างน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ผิวมันเยิ้มหรือบางทีอาจเจอเข้ากับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว, ร่องรอยเครื่องสำอางที่ทำความสะอาดออกไปไม่หมด ปิดผิวด้านบนเอาไว้จนอุดตันอยู่ภายในรูขุมขนทำให้เกิดเป็นสิวอุดตันและอาจพัฒนาตัวเองกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมาเป็นสิวในที่สุด

สิวจากฮอร์โมน
ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวคือฮอร์โมน Testosterone และ Androgen หรือก็คือฮอร์โมนเพศชายซึ่งหากมีฮอร์โมนเพศชายจำนวนมากก็จะกระตุ้นให้ต่อมไขมัน ผลิตน้ำมันออกมาบนผิวเป็นจำนวนมากตามไปด้วย จึงทำให้มีโอกาสที่จะอุดตันอยู่ภายในรูขุมขนและเกิดเป็นสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบได้

สิวจากเชื้อแบคทีเรีย
บางทีไขมันที่อุดตันอยู่ภายในรูขุมขนอาจไม่ได้อักเสบจนกลายเป็นเม็ดสิวบวมเป่ง หากไม่ได้เจอเข้ากับตัวการเกิดสิวอย่างเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ซึ่งอาศัยอยู่ในรูขุมขนและต่อมไขมัน เมื่อแบคทีเรียชนิดนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นและทำปฏิกิริยากับสิวอุดตัน (Comedone) จึงทำให้ติดเชื้อเป็นสิวอักเสบขึ้นมา สิวสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท
 
  • สิวอุดตัน สิวชนิดนี้เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน โดยที่สิวประเภทนี้จะไม่อักเสบเป็นตุ่มนูนแดงหรือมีหนอง มีทั้งสิวอุดตันแบบหัวปิดหรือสิวหัวขาว และสิวอุดตันแบบหัวปิดหรือสิวหัวดำ ซึ่งจะสามารถสังเกตเห็นว่าเป็นตุ่มกลมๆ เล็กๆ อุดตันอยู่บริเวณปากรูขุมขนทำให้ผิวไม่เรียบเนียนและนอกจากนั้นหากปล่อยไว้นานๆ ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นสิวอักเสบได้อีกด้วย
     
  • สิวอักเสบ เกิดจากการที่ไขมันที่อุดตันอยู่ในต่อมไขมันหรือรูขุมขนอักเสบขึ้นมา สิวประเภทนี้จะมีอาการเจ็บปวด มักมีเลือดและหนองอยู่ภายในหัวสิว สามารถแบ่งแยกย่อยได้อีกหลายชนิด ได้แก่

  • 1. สิวหัวแดง สิวที่มีสาเหตุหลักมาจากสิวอุดตันที่ปล่อยเอาไว้นานจนเกิดอักเสบเป็นตุ่มแดงขึ้นมา ถือเป็นสิวอักเสบชนิดไม่รุนแรงสามารถรักษาสิวได้ด้วยตัวเอง เช่น การทายาแต้มสิว รักษาความสะอาดบริเวณที่เป็นสิว

    2. สิวตุ่มหนอง สิวอักเสบชนิดนี้จะสามารถสังเกตเห็นเป็นตุ่มสีแดงและมีปลายเป็นจุดหนองสีขาว ความรุนแรงระดับปานกลางความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวได้น้อยส่วนใหญ่นิยมรักษาสิวประเภทนี้ด้วยการกดสิว

    3. สิวตุ่มนูนแดง สิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่และรุนแรงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนไม่มีหัวขนาดใหญ่กว่าสิวตุ่มหนอง และหากไม่รีบรักษาหรือรักษาสิวไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้

    4. สิวซีสต์หรือสิวหัวช้าง สิวอักเสบชนิดรุนแรงมากที่สุด มีลักษณะคล้ายสิวตุ่มนูนแดงแต่ขนาดใหญ่กว่า เมื่อหายแล้วจะทิ้งรอยแผลเป็นและหลุมสิวที่รักษาได้ยากไว้บนผิวคุณอย่างแน่นอน การรักษาสิวประเภทนี้จึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

วิธีรักษาสิว
เป็นสิวรักษายังไง? วิธีแก้สิว ลดสิว หรือรักษาสิวที่หน้าและลำตัวมีด้วยกันหลายวิธี โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาจากความรุนแรงของอาการปัจจัยที่ทำให้เกิดสาเหตุของสิวและวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้ซึ่งการรักษานิยมใช้ควบคู่กันหลายวิธี เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวมักมาจากหลายอย่างประกอบกัน

การรักษาสิวโดยแพทย์ มีหลักการรักษาดังนี้
  • ทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวกลับมาเป็นปกติ
  • ลดการทำงานของต่อมไขมัน
  • ลดจำนวนแบคทีเรียบริเวณรูขุมขน โดยเฉพาะแบคทีเรีย P. acne
  • ต่อต้านหรือลดการอักเสบ

สิวฮอร์โมน รักษาอย่างไร?
หากเป็นสิวฮอร์โมนในผู้ชาย อาจไม่สามารถรักษาที่ฮอร์โมนได้เพราะอาจมีผลข้างเคียงด้านสุขภาพ เนื่องจากต้นเหตุของการเกิดสิวคือฮอร์โมนในกลุ่มแอนโดรเจนที่มีผลต่อการแสดงออกทางเพศชาย การรักษาสิวจึงนิยมใช้ยาทาภายนอกร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยา Isotretinoin เพื่อลดต้นเหตุการเกิดสิว ส่วนวิธีรักษาสิวฮอร์โมนในผู้หญิงนิยมใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับยาทาภายนอก เนื่องจากการมีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไปจนทำให้เกิดสิว สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายและความมั่นใจของผู้หญิงได้

ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้จริงหรือ?
ยาคุมกำเนิดมีผลต่อฮอร์โมนในร่างกายด้วยตัวยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสติน ที่จะมีผลลดฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายร่างกายทำให้การผลิตไขมันซีบัม (Sebum) จากต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลงจึงสามารถช่วยลดการเกิดสิวได้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยาคุมกำเนิดย่อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผ่านการปรึกษาเภสัชกรและศึกษาข้อมูลของตัวยารวมถึงสุขภาพของตนเองโดยละเอียดเสียก่อน เพราะนอกจากใช้เพื่อรักษาสิวแล้วยาคุมกำเนิดยังผลข้างเคียงและข้อควรระวังอีกมากมาย

หน้ากากอนามัยทำให้เป็นสิวได้
ปัญหาที่ตามมาการจากการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกไปใช้ชีวิตประจำวันอยู่ตามที่สาธารณะ คือการเกิดสิวบริเวณคางและข้างแก้มส่วนที่สัมผัสกับหน้ากากอนามัย อีกทั้งความจำเป็นที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยซ้ำๆ ทุกวัน สิวที่อักเสบยังไม่ได้รับการรักษาให้หายก็โดนกระตุ้นให้ยิ่งเป็นหนักขึ้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิวเรื้อรังเลยทีเดียว แถมพอสิวหายก็ยังทิ้งรอยแผลเอาเป็นไว้เป็นที่ระลึกอีกต่างหาก การเกิดสิวเพราะสวมหน้ากากอนามัยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นความมันบนใบหน้าอุดตันจนให้เกิดสิว เหงื่อสะสมและความอับชื้นบริเวณที่สวมหน้ากากอนามัยทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย การเสียดสีทำให้การระคายเคืองจนเกิดสิวอักเสบขึ้นมา แต่เนื่องจากในช่วงนี้เราไม่สามารถเว้นระยะห่างจากหน้ากากอนามัยได้จึงควรดูแลความสะอาดผิวและรักษาสิวอย่างถูกวิธี

ผิวไม่แข็งแรง เป็นสิวง่าย ดูแลอย่างไร
ผู้ที่ผิวไม่แข็งแรงไม่ว่าจะผิวอักเสบง่าย Keratinocyte ผลัดตัวผิดปกติได้ง่าย หรือผิวมันมากกว่าปกติซึ่งทำให้เป็นสิวได้ง่ายเมื่อผิวถูกกระตุ้นด้วยสารบางอย่าง ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างระมัดระวัง โดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขัดผิวมากจนเกินไปและไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH สูงหรือต่ำจนเกินไป หรือหากอยากได้คำแนะนำสำหรับผิวเฉพาะบุคคลก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีป้องกันการเกิดสิวได้เช่นกัน