สิว ไม่ใช่แค่เรื่องสิวๆ สิวมีกี่ประเภท แล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
โพสต์เมื่อ : 23 ส.ค 2567 เวลา 15:27 น.
เรื่องของสิว...ที่ไม่ "สิว..สิว"
สาเหตุใดบ้างที่ทำให้เราเป็นสิว
จริงๆ แล้วมีสาเหตุหลักมาจาก “ไขมัน” ในผิวของเรานี่เองค่ะ
เพราะอย่างที่พูดถึงไปแล้วว่าสิวเกิดจากการที่ไขมันอุดตันในรูขุมขนเมื่อเจอเข้ากับแบคทีเรียจนทำให้เกิดการอักเสบขึ้นมา
ส่วนสาเหตุการเกิดสิวอย่างอาหาร ความเครียด การพักผ่อนน้อยหรือการแพ้
เป็นเพียงแค่ตัวกระตุ้นที่ทำให้สิวอักเสบง่ายขึ้นเท่านั้นไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดสิว
สิวจากต่อมไขมันอุดตัน
เป็นธรรมชาติของร่างกายที่ต่อมไขมันจะผลิตไขมันที่เรียกว่า Sebum
ขึ้นมาเพื่อเคลือบบริเวณผิวหนังของเราไม่ให้แห้งตึงแต่สำหรับบางคนที่ผิวสร้างน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น
ส่งผลให้ผิวมันเยิ้มหรือบางทีอาจเจอเข้ากับเซลล์ผิวที่ตายแล้ว, ร่องรอยเครื่องสำอางที่ทำความสะอาดออกไปไม่หมด
ปิดผิวด้านบนเอาไว้จนอุดตันอยู่ภายในรูขุมขนทำให้เกิดเป็นสิวอุดตันและอาจพัฒนาตัวเองกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นมาเป็นสิวในที่สุด
สิวจากฮอร์โมน
ฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวคือฮอร์โมน Testosterone และ Androgen
หรือก็คือฮอร์โมนเพศชายซึ่งหากมีฮอร์โมนเพศชายจำนวนมากก็จะกระตุ้นให้ต่อมไขมัน
ผลิตน้ำมันออกมาบนผิวเป็นจำนวนมากตามไปด้วย
จึงทำให้มีโอกาสที่จะอุดตันอยู่ภายในรูขุมขนและเกิดเป็นสิวอุดตันไปจนถึงสิวอักเสบได้
สิวจากเชื้อแบคทีเรีย
บางทีไขมันที่อุดตันอยู่ภายในรูขุมขนอาจไม่ได้อักเสบจนกลายเป็นเม็ดสิวบวมเป่ง
หากไม่ได้เจอเข้ากับตัวการเกิดสิวอย่างเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ซึ่งอาศัยอยู่ในรูขุมขนและต่อมไขมัน
เมื่อแบคทีเรียชนิดนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้นและทำปฏิกิริยากับสิวอุดตัน (Comedone) จึงทำให้ติดเชื้อเป็นสิวอักเสบขึ้นมา
สิวสามารถแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท
- สิวอุดตัน สิวชนิดนี้เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน
โดยที่สิวประเภทนี้จะไม่อักเสบเป็นตุ่มนูนแดงหรือมีหนอง มีทั้งสิวอุดตันแบบหัวปิดหรือสิวหัวขาว
และสิวอุดตันแบบหัวปิดหรือสิวหัวดำ ซึ่งจะสามารถสังเกตเห็นว่าเป็นตุ่มกลมๆ เล็กๆ
อุดตันอยู่บริเวณปากรูขุมขนทำให้ผิวไม่เรียบเนียนและนอกจากนั้นหากปล่อยไว้นานๆ
ยังมีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นสิวอักเสบได้อีกด้วย
- สิวอักเสบ เกิดจากการที่ไขมันที่อุดตันอยู่ในต่อมไขมันหรือรูขุมขนอักเสบขึ้นมา สิวประเภทนี้จะมีอาการเจ็บปวด
มักมีเลือดและหนองอยู่ภายในหัวสิว สามารถแบ่งแยกย่อยได้อีกหลายชนิด ได้แก่
2. สิวตุ่มหนอง สิวอักเสบชนิดนี้จะสามารถสังเกตเห็นเป็นตุ่มสีแดงและมีปลายเป็นจุดหนองสีขาว ความรุนแรงระดับปานกลางความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดรอยแผลเป็นหรือหลุมสิวได้น้อยส่วนใหญ่นิยมรักษาสิวประเภทนี้ด้วยการกดสิว
3. สิวตุ่มนูนแดง สิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่และรุนแรงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ มีลักษณะเป็นตุ่มนูนไม่มีหัวขนาดใหญ่กว่าสิวตุ่มหนอง และหากไม่รีบรักษาหรือรักษาสิวไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดแผลเป็นหรือหลุมสิวได้
4. สิวซีสต์หรือสิวหัวช้าง สิวอักเสบชนิดรุนแรงมากที่สุด มีลักษณะคล้ายสิวตุ่มนูนแดงแต่ขนาดใหญ่กว่า เมื่อหายแล้วจะทิ้งรอยแผลเป็นและหลุมสิวที่รักษาได้ยากไว้บนผิวคุณอย่างแน่นอน การรักษาสิวประเภทนี้จึงควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
วิธีรักษาสิว
เป็นสิวรักษายังไง? วิธีแก้สิว ลดสิว หรือรักษาสิวที่หน้าและลำตัวมีด้วยกันหลายวิธี
โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีรักษาจากความรุนแรงของอาการปัจจัยที่ทำให้เกิดสาเหตุของสิวและวิธีรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้ซึ่งการรักษานิยมใช้ควบคู่กันหลายวิธี
เพราะปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวมักมาจากหลายอย่างประกอบกัน
การรักษาสิวโดยแพทย์ มีหลักการรักษาดังนี้
- ทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวกลับมาเป็นปกติ
- ลดการทำงานของต่อมไขมัน
- ลดจำนวนแบคทีเรียบริเวณรูขุมขน โดยเฉพาะแบคทีเรีย P. acne
- ต่อต้านหรือลดการอักเสบ
สิวฮอร์โมน รักษาอย่างไร?
หากเป็นสิวฮอร์โมนในผู้ชาย อาจไม่สามารถรักษาที่ฮอร์โมนได้เพราะอาจมีผลข้างเคียงด้านสุขภาพ
เนื่องจากต้นเหตุของการเกิดสิวคือฮอร์โมนในกลุ่มแอนโดรเจนที่มีผลต่อการแสดงออกทางเพศชาย
การรักษาสิวจึงนิยมใช้ยาทาภายนอกร่วมกับยาปฏิชีวนะหรือยา Isotretinoin เพื่อลดต้นเหตุการเกิดสิว
ส่วนวิธีรักษาสิวฮอร์โมนในผู้หญิงนิยมใช้ยาคุมกำเนิดร่วมกับยาทาภายนอก
เนื่องจากการมีฮอร์โมนเพศชายมากเกินไปจนทำให้เกิดสิว สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายและความมั่นใจของผู้หญิงได้
ยาคุมกำเนิด รักษาสิวได้จริงหรือ?
ยาคุมกำเนิดมีผลต่อฮอร์โมนในร่างกายด้วยตัวยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและฮอร์โมนโปรเจสติน
ที่จะมีผลลดฮอร์โมนแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชายร่างกายทำให้การผลิตไขมันซีบัม (Sebum)
จากต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลงจึงสามารถช่วยลดการเกิดสิวได้
แต่อย่างไรก็ตามการใช้ยาคุมกำเนิดย่อมส่งผลต่อสุขภาพอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นจึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์หรือผ่านการปรึกษาเภสัชกรและศึกษาข้อมูลของตัวยารวมถึงสุขภาพของตนเองโดยละเอียดเสียก่อน
เพราะนอกจากใช้เพื่อรักษาสิวแล้วยาคุมกำเนิดยังผลข้างเคียงและข้อควรระวังอีกมากมาย
หน้ากากอนามัยทำให้เป็นสิวได้
ปัญหาที่ตามมาการจากการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกไปใช้ชีวิตประจำวันอยู่ตามที่สาธารณะ
คือการเกิดสิวบริเวณคางและข้างแก้มส่วนที่สัมผัสกับหน้ากากอนามัย อีกทั้งความจำเป็นที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยซ้ำๆ
ทุกวัน
สิวที่อักเสบยังไม่ได้รับการรักษาให้หายก็โดนกระตุ้นให้ยิ่งเป็นหนักขึ้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิวเรื้อรังเลยทีเดียว
แถมพอสิวหายก็ยังทิ้งรอยแผลเอาเป็นไว้เป็นที่ระลึกอีกต่างหาก
การเกิดสิวเพราะสวมหน้ากากอนามัยเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นความมันบนใบหน้าอุดตันจนให้เกิดสิว
เหงื่อสะสมและความอับชื้นบริเวณที่สวมหน้ากากอนามัยทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย
การเสียดสีทำให้การระคายเคืองจนเกิดสิวอักเสบขึ้นมา
แต่เนื่องจากในช่วงนี้เราไม่สามารถเว้นระยะห่างจากหน้ากากอนามัยได้จึงควรดูแลความสะอาดผิวและรักษาสิวอย่างถูกวิธี
ผิวไม่แข็งแรง เป็นสิวง่าย ดูแลอย่างไร
ผู้ที่ผิวไม่แข็งแรงไม่ว่าจะผิวอักเสบง่าย Keratinocyte ผลัดตัวผิดปกติได้ง่าย
หรือผิวมันมากกว่าปกติซึ่งทำให้เป็นสิวได้ง่ายเมื่อผิวถูกกระตุ้นด้วยสารบางอย่าง
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างระมัดระวัง โดยไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ขัดผิวมากจนเกินไปและไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีค่า pH
สูงหรือต่ำจนเกินไป
หรือหากอยากได้คำแนะนำสำหรับผิวเฉพาะบุคคลก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีป้องกันการเกิดสิวได้เช่นกัน